วันหยุดและเทศการภูฏาน นั้นสำคัญมากเพราะจะส่งผลกับการท่องเที่ยวของท่านได้ การเดินทางไปประเทศภูฏานนั้นควรตรวจสอบวันหยุดและเทศการให้ดีเพราะว่าที่ภูฏานนั้นวันหยุดบางที่สถานที่ท่องเที่ยวจะปิดไม่ให้เข้าชมจะทำให้การเดินทางของท่านไม่ได้เที่ยวตามแผนที่ท่านวางไว้ เทศการใหญ่อย่าง Tshechu หรือเทศการระบำหน้ากากนั้นมีขึ้นทุกเมืองแต่ที่นิยมไปมากที่สุดจะเป็น Thimphu Tshechu ประจำเมืองทิมพูและ Paro Tshechu ประจำเมืองพาโร

วันหยุดและเทศการภูฏาน

วันหยุดและเทศการภูฏาน
วันหยุดและเทศการภูฏาน

สำหรับเทศการ Tshechu หรือระบำหน้ากากนั้นมีแทบทุกเมืองแต่เมือง หากมีเทศการระบำหน้ากากที่เมืองไหนทางรัฐบาลภูฏานจะให้ที่ทำการทางราชการเมืองนั้นหยุดเพื่อให้ชาวเมืองได้ทำพิธีกรรมทางศาสนา

ดาวโหลดเทศการประเทศภูฏานปี 2561

ดาวโหลดวันหยุดประเทศภูฏานปี 2561

ดาวโหลดเทศการประเทศภูฏานปี 2562

 

ค่าใช้จ่ายในการไปภูฏาน

ค่าเข้าประเทศขั้นต่ำที่ทางรัฐบาลกำหนด

ประเทศภูฏานเป็นประเทศเล็กๆที่มีประชากรอยู่เพียงประมาณ 700,000 คน ฉนั้นทางรัฐบาลภูฏานจึงตั้งค่าใช้จ่ายขั้นต่ำในการเข้าประเทศภูฏานดังนี้: ค่าใช้จ่ายในการไปภูฏาน

ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำที่จะเข้าประเทศภูฏานขั่นต่ำ 3 ท่าน จะต้องจ่ายเป็น USD อย่างเดียวเท่านั้น อยู่ที่

  • ช่วง Low Season ต่อท่าน/ต่อคืน อยู่ที่ USD200 January, February, June, July, August, and December
  • ช่วง High Season ต่อท่าน/ต่อคืน อยู่ที่ USD250 March, April, May, September, October, and November

ราคาขั้นต่ำด้านบนนี้จะรวมค่าใช้จ่ายดังนี้:

  • ค่าที่พักในโรงแรมระดับ 3 ดาว (สำหรับโรงแรมระดับ 4&5 ดาวลูกค้าต้องชำระเพิ่มเติม) โรงแรม 3 ดาวในประเทศภูฏานนั้นมีหลายราคา อยู่ที่สถานที่ด้วย
  • อาหารทุกมื้อขณะที่อยู่ในประเทศ
  • ไกด์ท้องถิ่นดูแลตลอดการเดินทาง
  • คนขับรถและรถโดยสารตลอดการเดินทาง
  • ค่า Sustainable Development Fee (SDF) ที่ทางรัฐบาลภูฏานเก็บนักท่องเที่ยวทุกคืน คืนละ USD65

รัฐบาลภูฏานจะเก็บเงินเพิ่มนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายขั้นต่ำสำหรับ:

  • USD 40ต่อคืน เพิ่มเติมสำหรับนักท่องเที่ยวเดินทางท่านเดียว
  • USD 30 ต่อคืน ต่อท่าน สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทาง 2 ท่าน

ค่าวีซ่า :

ค่าใช้จ่ายไปภูฏาน

ค่าวีซ่าในการเข้าประเทศภูฏานนั้นอยู่ที่คนละ USD40 เท่ากันทุกคน การยื่นขอวีซ่าภูฏานต้องทำพร้อมกับการชำระเงินค่าทัว

ค่าตั๋วเครื่องบินไปภูฏาน :

ประเทศภูฏานมีเพียงแค่สองสายการบิน นั่นคือ สายการบินดรุก Druk Air Royal Bhutan Airline (เป็นสายการบินถือหุ้นโดยรัฐบาล) และ สายการบินภูฏานแอร์ Bhutan Airline (เป็นสายการบินเอกชน) ทั้งสองสายการบินให้บริการและเครื่องบินยี่ห้อเดียวกันแต่จัดวางที่นั่งไม่เหมือนกัน เนื่องจากมีเพียงแค่สองสายการบิน ราคาปกติของตั๋วทั้งปีจะอยู่ที่ 3x,xxx บาทขึ้นอยู่กับ ค่าเงิน ราคาน้ำมัน และภาษีขนะนั้น

ฉนั้นเราจะเห็นได้ว่าราคาขายทัวร์หรือแพคเกจทัวร์นั้นเรื่องตั๋วเครื่องบินราคาจะไม่แตกต่างกันมากสิ่งที่แตกต่างกันนั้นคือราคาทัวร์ ถ้าทัวร์ที่คุณซื้อราคาถูกเกินจริง ทางบริษัทเค้าอาจจะลดค่าใช้จ่าย เช่น อาหาร ที่พัก รถ หรือไกด์คุณภาพต่ำ ฉนั้นหากคุณกำลังเดินทางไปภูฏานควรจะศึกษาให้ดี

 

เรื่องอาหารการกินนั้นสำคัญมากสำหรับคนไทย เราเลยอยากจะแชร์เรื่องราวของประเทศภูฏานให้คุณได้เข้าใจว่าอาหารภูฏานเป็นอย่างไร ความหลากหลายของอาหารเค้าเป็นยังไง ข้อแนะนำจากเราสำหรับคนที่จะไปทัวร์และคนที่เดินทางเอง

 

ไปภูฏานมีเนื้อสัตว์ให้ทานไหม

คนภูฏานนั้นทานเนื้อสัตว์เหมือนคนไทย ทานทั้งหมู ไก่ เนื้อ และปลา เนื่องจากประเทศภูฏานไม่ฆ่าสัตว์เลยไม่มีธุรกิจเกี่ยวกับการฆ่าสัตว์ในประเทศฉนั้นเนื้อสัตว์ต่างๆจะถูกนำเข้าจากประเทศอินเดียเป็นหลัก

แนะนำ: อย่าสั่งอาหารทะเลเป็นอันขาด

ผักและผลไม้ที่ภูฏานนั้นจะเป็นผักและผลไม่ปลอดสารพิษทั้งหมดเพราะประเทศภูฏานห้ามนำเข้าสารเคมีเพื่อใช้เพาะปลูก ท่านสามารถมั่นใจได้ว่าไม่มีสารพิษแต่ก็อย่าทานผักสดที่ไม่ได้ผ่านความร้อนเพื่อป้องกันตัวท่านเองจะดีที่สุด

อาหารประจำชาติของคนภูฏาน

อาหารคนภูฏาน

อาหารลักษณะเด่นที่สุดของประเภทอาหารในภูฏาน คือ รสจัดจ้านของพริก พริกเป็นส่วนผสมสำคัญที่ใช้ในเกือบจะทุกจานอาหาร ชาวภูฏานส่วนมากจะไม่รู้สึกเพลิดเพลินกับมื้ออาหารถ้าไม่มีรสเผ็ด อาหารส่วนมากจะมีผักเป็นส่วนประกอบและผักที่ภูฏานนั้นอร่อยมาก หวาน กรอบ และที่สำคัญยังเป็นผักออแกนิคอีกด้วย

อาหารคนภูฏาน

ข้าวเป็นอาหารหลักในแต่ละมื้อของชาวภูฏาน และมักจะมีกับข้าว 1-2 อย่าง อันประกอบไปด้วยเนื้อและผัก เนื้อหมู, เนื้อวัว และเนื้อไก่ เป็นเนื้อที่ถูกรับประทานบ่อยๆ และผักทั่วๆ ไปที่ชาวภูฏานรับประทานบ่อยๆ คือ ผักขม, ฟักทอง, หัวผักกาด, หัวไชเท้า, มะเขือเทศ, พืชริมน้ำ, หัวหอม และถั่วแขก ชาวภูฏานจะปลูกข้าว, บัควีท และข้าวบาเล่  ในหลายภูมิภาคของประเทศขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของพื้นที่นั้นๆ

อาหารภูฏาน

รูปนี้เป็นตัวอย่างเมนูหมูที่คนภูฏานทานและมีแต่เนื้อหมูแนวนี้ขายตามตลาดเช่นกัน –“

รายชื่ออาหารด้านล่างนี้คืออาหารที่เป็นที่นิยมของชาววภูฏาน

เอมาดัทชิ (Ema Datshi) : เป็นอาหารประจำชาติภูฏาน ที่ผสมพริกกับชีทพื้นเมืองแสนอร่อย รู้จักในชื่อ ดัทชิ อันเป็นอาหารจานหลักเกือบทุกมื้อ และสามารถพบเจอได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ความแตกต่างของเอมา ดัทชิ ในแต่ละพื้นที่นั้นขึ้นอยู่กับการใส่ ถั่วแขก, เฟิร์น, มันฝรั่ง, เห็ดหรือเปลี่ยนชีสธรรมดาเป็นชีสจากนมจามรี

เอมาดัทชิ (Ema Datshi)

โมโมส (Momos) : นี่เป็นเกี๊ยวในแบบฉบับภูฏาน ใส่ไส้หมู, เนื้อ หรือกระหล่ำปลี และชีส มักรับประทานกันในโอกาสพิเศษ เป็นรสชาติดั้งเดิมที่ชาวภูฏานโปรดปราน

โมโมส (Momos)

 

พักชาพา (Phaksh Paa) : ปรุงด้วยหมูกับพริกแดง จะใส่หัวไชเท้าหรือผักขมลงไปด้วยก็ได้ มักนิยมนำไปตากแห้ง (เรียกว่า สิคาม Sicaam) เฮินโท (Hoentoe) : บัควีทที่มีกลิ่นหอมห่อเป็นก้อนใส่ไส้หัวผักกาดเขียว, ดัทชิ (ชีส), ผักขม และส่วนผสมอื่นๆ

พักชาพา (Phaksh Paa)

จาชา มารุ (Jasha Maru) : ไก่สับกับพริก, มะเขือเทศ และส่วนผสมอื่นๆ มักเสิร์ฟพร้อมกับข้าว

จาชา มารุ (Jasha Maru)

อีกเรื่องนึงที่คุณควรรู้ เนื่องจากประเทศภูฏานมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศอินเดีย ในประเทศภูฏานเลยนิยมทานอาหารอินเดีย แทบทุกร้านและโรงแรมจะมีอาหารอินเดียจำหน่าย

ความหลากหลายของอาหาร

ประเทศภูฏานไม่ค่อยให้สัญชาติกับคนต่างประเทศเลยเป็นเรื่องยากที่จะมีเชฟดีๆจากต่างประเทศมาทำอาหารที่ประเทศภูฏาน นอกเสียจากในโรงแรมระดับ 5 ดาวเท่านั้น แต่ก็มีร้านอาหารที่อร่อยๆหลายร้านในเมืองทิมพู เพราะเป็นเมืองหลวง ถ้าท่านเดินทางไปยังเมืองอื่นร้านอาหารที่ขายอาหารต่างชาติจะหายากมากๆ

 

ตาซอง หรือ พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติภูฏาน (National Museum of Bhutan , Ta Dzong) ป้อมปราการตาซองสร้างขึ้นกลางคริสต์ศตวรรษที่ 17ภายนอกออกแบบให้มีรูปทรงกระบอก มีทั้งหมด 8 ชั้น โดยเป็นสถานที่เก็บรวบรวม ภาพพระบฏ อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัตว์ป่าแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจน ดวงตราไปรษณีย์ แต่เนื่องด้วยเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำให้ตัวอาคารเสียหายอย่างหนักและเป็นอันตรายต่อการเข้าชมภายในตัวอาคาร นักท่องเที่ยวสามารถชมอาคารภายนอกได้และรัฐบาลภูฏานได้สร้างอาคารหลังใหม่เพื่อจัดแสดงแทน โดยที่อาคารหลังใหม่มี 2 ชั้นและจัดแสดงเพียง 4 ห้องเท่านั้น จากจุดนี้ท่านสามารถเห็นวิวสวยๆของสนามบินพาโรและตัวเมืองได้อย่างชัดเจน พิ

ตาซอง หรือ พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติภูฏานฏาน

ตาซอง

วิวจากตรงนี้

ตาซอง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเทศภูฏาน:

หากท่านสนใจ ทัวร์ภูฏาน แพคเกจภูฏาน แบ็คแพ็คภูฏาน เดินทางส่วนตัวไปภูฏาน พักโรงแรม5ดาวภูฏาน ราคาเป็นกันเองไม่แพง ไม่ต้องเสี่ยงโอนเงินเอง หรือ ปรึกษาเรื่อง เดินทางไปภูฏาน สามารถโทรหาเราได้ที่ 02-0860080 -1 เราการันตีเรื่องวีซ่าภูฏาน พร้อมเอกสารที่ท่านจะได้รับก่อนเดินทางไปภูฏาน

ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 9:00 – 18:00

การท่องเที่ยวภูฏาน : https://www.tourism.gov.bt

 

พาโรริงปุงซอง (Paro Ringpung Dzong) เป็นป้อมปราการยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองพาโร ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1645 ในสมัยของท่าน Shabdrung Ngwang Namgyel ผู้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รวมประเทศภูฎานให้เป็นหนึ่งเดียวในช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 17 ตั้งตระหง่านโดนเด่นอยู่ท่ามกลางหุบเขา ซึ่งตอนนี้สถานที่นี้มีไว้สำหรับส่วนบริหาร ศูนย์กลางทางการปกครองของเมืองพาโร และเป็นที่ตั้งของพระอารามหลวง มีพระสงฆ์จำวัดกว่า 200 รูป ที่นี่เคยเป็นที่ถ่ายทำหนัง Little Buddha ในปี 1993

พาโรริงปุงซอง

พาโรริงปุงซอง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเทศภูฏาน:

หากท่านสนใจ ทัวร์ภูฏาน แพคเกจภูฏาน แบ็คแพ็คภูฏาน เดินทางส่วนตัวไปภูฏาน พักโรงแรม5ดาวภูฏาน ราคาเป็นกันเองไม่แพง ไม่ต้องเสี่ยงโอนเงินเอง หรือ ปรึกษาเรื่อง เดินทางไปภูฏาน สามารถโทรหาเราได้ที่ 02-0860080 -1 เราการันตีเรื่องวีซ่าภูฏาน พร้อมเอกสารที่ท่านจะได้รับก่อนเดินทางไปภูฏาน

ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 9:00 – 18:00

การท่องเที่ยวภูฏาน : https://www.tourism.gov.bt

 

ชื่อทักซังมีความหมายว่ารังเสือหรือ (Tiger Nest) ท่านสามารถเลือกว่าจะขี่ม้าหรือจะเดินขึ้นบน วัดทักซัง ไปก็ได้ การขี่ม้าจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีซึ่งขึ้นไปได้จนถึงจุดจอดม้าและขึ้นม้าได้เฉพาะขาขึ้นเท่านั้นเพราะว่าขาลงนั้นหากนั่งม้าจะอันตรายมากการเดินทางขึ้นเขาทักซังจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 -6 ชั่วโมงในการไป-กลับและขึ้นอยู่กับความเร็วในการเดินของกรุ๊ปด้วย โดยระหว่างทางจะมีจุดแวะพักซึ่งจะเป็น Caféซึ่งเราจะพักดื่มชาและเข้าห้องน้ำ เดินขึ้นต่อเพื่อที่จะถึงช่วงสุดท้ายที่จะต้องขึ้นลงบันไดกว่า 350 ขึ้นเพื่อที่จะขึ้นไปที่ตัววัดทักซัง เมื่อถึงตัววัดจะต้องฝากอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคทุกชนิด (ลูกค้าหลายท่านจะถามว่าจะเดินไหวไหม ต้องตอบเลยว่าทริปเราไม่รีบร้อนในการเดินขึ้นเพื่อที่แสวงบุญบนหุบเขาอันศักดิ์สิทธิ์นี้ เดินเรื่อย ๆชมบรรยากาศอันสวยงามบนเทือกเขา พักได้ตลอดทาง การขี่ม้าจะช่วยให้เดินขึ้นง่ายขึ้นมากเพราะว่าเมื่อถึงจุดจอดม้าจะเดินอีกไม่นานมาก หากลูกค้าท่านไดไม่สะดวกที่จะขึ้นเขาทักซังเราสามารถพาท่านไปเดินเที่ยวในเมืองพาโรแทนได้)

วัดทักซัง

วัดทักซังเป็นวัดพุทธที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฏาน โดยถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1962 จุดเด่นอยู่ที่ตัววัดนั้นตั้งอยู่ริมผาซึ่งมีความสูงกว่า 900 เมตร ในเขตเมืองพาโร ด้วยความสูงเทียมฟ้าเช่นนี้เอง ทำให้วัดนั้นอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกสีขาวที่ล้อมรอบวัด อีกทั้งยังสามารถชมวิวสวย ๆ ด้านล่างได้อย่างชัดเจนในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่หมู่มวลดอกไม้ต่างพากันชูช่อสวยงาม ด้านประวัติความเป็นมานั้น มีตำนานเล่าว่า แต่ก่อนพื้นที่บริเวณนี้จะถูกสร้างเป็นวัดนั้นท่านกูรูรินโปเช ( Guru Rinpoche) หรือท่านคุรุปัทมะสัมภวะ (Guru Padmasambhava)คนภูฏานจะเรียกท่านว่า กูรูรินโปเช (ท่านกูรูรินโปเชในแถบประเทษทิเบต ภูฏาน เนปาล และบางส่วนในประเทศอินเดียในแถบเทือกเขาหิมาลัยนั้นถือว่าท่าเหมือนพระพุทธเจ้าองที่สอง โดยตามวัดต่างๆที่ภูฏานจะมีรูปปั้นของท่านแทบทุกวัด) ได้ขี่หลังเสือมาเหยียบแผ่นดินภูฏานครั้งแรกและบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำแห่งนี้เป็นเวลา สามปี สามเดือน สามอาทิตย์ สามวัน สามชั่วโมง ครั้นจะเทศนาสั่งสอนผู้คนท่านจะกลายร่างเป็นมนุษย์เช่นเดิม และเมื่อคำสอนได้ผล ผู้คนต่างพากันเสื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงทำให้สถานที่นี้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาจึงได้มีการสร้างวิหารขึ้นเพื่อแสดงถึงความนิยมด้านพระพุทธศาสนา และเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนานทำให้ตัววิหารชำรุดทรุดโทรม จนท้ายที่สุดในปี ค.ศ. 1962 จึงมีการสร้างวัดทักซังหรือวัดรังเสือขึ้นมา และได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1998 จากเหตุเพลิงไหม้

จุดที่1: จุดขึ้นม้า

ตรงจุดนี้ลูกค้าต้องเลือกว่าจะขึ้นม้าหรือไม่ขึ้น เราแนะนำว่าช่วงฝนตกอย่าขึ้นม้า สำหรับคนภูฏานที่นี่ถือว่าเหมือนเป็นสถานที่ๆศักดิ์สิทธิ์มากๆฉนั้นคนภูฏานจะไม่ขึ้นม้าเพราะว่าเค้าไม่อยากไปเบียดเบียนม้า แต่ขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าเราแข็งแรงพอหรือไม่

วัดทักซัง วัดทักซัง

เดินขึ้นช่วงที่1 หรือขึ้นม้า

หลังจากจุดขึ้นมาเราจะเดินหรือนั่งม้าขึ้นไปบนเขา เป็นระยะครึ่งทางของการเดินทางขึ้นไปยังทักซัง ซึ่งม้าจะหยุดอยู่ที่คาเฟ่บนเขา ข้อดีของคนที่ไม่ขึ้นม้าคือสามารถถ่ายรุปได้ตลอดทาง เดินๆหยุดๆไปตลอดทาง ท่านจะได้วิวช่วงเช้าซึ่งจะถ่ายรูปสวย สำหรับคนนั่งม้านั้นจะไม่ให้ถ่ายรูปขณะอยู่บนหลังม้า

คำแนะนำสำหรับคนที่ขึ้นม้า: ถ้าม้ากำลังขึ้นทางชันต้องช่วยเค้าหน่อยโดยการเอนตัวไปด้านหน้า ถ้าม้าลงทางชันให้เอนตัวถอยหลังช่วยเค้าแทน

คำแนะนำสำหรับคนไม่ได้ขึ้นม้า: เราแนะนำให้เดินไปทางลัดเพราะจะประหยัดเวลากว่าเดินเส้นทางเดียวกับม้า ซึ่งหน้าฝนจะเละมากๆ ปลอยภัยไม่ได้ชันมากมาย แต่เหนื่ยน้อยกว่าแน่นอน ถ้าอยากเดินทางโดยไม่เหนื่อยมากให้เดินช้าๆไม่ต้องรีบ

วัดทักซัง วัดทักซัง วัดทักซัง วัดทักซัง วัดทักซัง วัดทักซัง

เดินขึ้นช่วงที่ 2

เดินขึ้นช่วงที่สองจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ไปถึงยอดที่อยู่ในระดับที่เสมอกับวัดทักซังพอดี

ช่วงสุดท้าย

ช่วงนี้จะเป็นบันไดซึ่งจะมีราวเหล็กกั้น

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเทศภูฏาน:

หากท่านสนใจ ทัวร์ภูฏาน แพคเกจภูฏาน แบ็คแพ็คภูฏาน เดินทางส่วนตัวไปภูฏาน พักโรงแรม5ดาวภูฏาน ราคาเป็นกันเองไม่แพง ไม่ต้องเสี่ยงโอนเงินเอง หรือ ปรึกษาเรื่อง เดินทางไปภูฏาน สามารถโทรหาเราได้ที่ 02-0860080 -1 เราการันตีเรื่องวีซ่าภูฏาน พร้อมเอกสารที่ท่านจะได้รับก่อนเดินทางไปภูฏาน

ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 9:00 – 18:00

การท่องเที่ยวภูฏาน : https://www.tourism.gov.bt

 

ทิมพูซอง

ป้อมปราการ “ทิมพูซองThimphu Dzong หรือมีชื่อเป็นทางการว่า “ตาชิโช ซอง(Tashicho Dzong) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวงแห่งนี้ ป้อมปราการแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี1907 ซึ่งนอกจากเป็นป้อมปราการแล้วยังเป็นอารามหลวงสำหรับพระอีกด้วย โดยตอนนี้สถานที่แห่งนี้เป็น เหมือนศาลาการจังหวัด ที่ตั้งของสำนักพระราชวัง ที่ทำงานของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีจากที่นี่ท่านจะเห็นทำเนียบรัฐบาลตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามและนอกจากนั้นจะได้เห็นที่ประทับของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน รัชกาลที่ 5

หลวงพ่อสัจธรรม

หลวงพ่อสัจธรรม Buddha Dordenma statue (Buddha Point) พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สุดของภูฏาน สูง 51.5 เมตร หล่อสัมฤทธิ์ ประดิษฐานอยู่บริเวณเชิงเขาในเมืองทิมพู ทําหน้าที่ปกปักรักษาชาวเมืองทิมพู จากจุดนี้ท่านจะได้เห็นเมืองทิมพูได้โดยรอบ

หลวงพ่อสัจธรรม

สถานอนุรักษ์ ทาคิน สัตว์ประจําชาติของภูฏาน  (Takin Preservation Center)ซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติของภูฏาน ปัจจุบันหาดูได้ยากมากเนื่องจากเป็นสัตว์ที่อยู่ในป่าลึกและมีอยู่ที่เฉพาะบนภูเขาในแทบเทือกเขาหิมาลัย