20 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศภูฏาน | ภูฏาน

หลายคนถามว่าที่ภูฏานมีอะไรให้เที่ยว? ประเทศภูฏานนั้นมีความสวยงามจากภูมิประเทศเป็นต้นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะว่าตั้งอยู่ในแทบเทือกเขาหิมาลัย ซ้ายขวา ของการเดินทางจะเห็นเทือกเขา แม่น้ำ มีวัตณธรรมที่ไม่เหมือนใคร ผู้คนใจดี อากาศสดชื่น สถานที่ท่องเที่ยวคนไม่แออัดเนื่องจากโดนจำกัดด้วยเที่ยวบินเข้าออกประเทศที่มีจำกัด นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวภูฏานที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวแล้วของแต่ละเมือง นักท่องเที่ยวส่วนนึงชอบมาปีนเขาและเดินป่า เส้นทางเดินป่าที่ยากที่สุดในโลกอยู่ที่ประเทศภูฏานเรียกว่า Snowman Trek

ประเทศภูฏาน ประเทศเล็กๆ มีประชากรเพียง 700,000 กว่าคน ประเทศที่การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ติดลบ (Carbon Negative)หรือ ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์กว่าการปล่อยออกมา เป็นประเทศที่มีป่ามากกว่า 60% ของประเทศ หลายๆท่านอาจไม่รู้ว่าประเทศภูฏานนั้นเป็นหนึ่งในประเทศที่ข่อนข้างปลอดภัย ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส และนักท่องเที่ยวไม่สามารถเที่ยวเองได้ ต้องติดต่อผ่านบริษัททัวร์เท่านั้น เพราะนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวที่ประเทศภูฏานต้องมีไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวตลอดเวลาที่อยู่ในประเทศ

เมืองหลักๆที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเที่ยวกันที่ประเทศภูฏาน จะมีสามเมืองนั่นคือ เมืองพาโร เมืองทิมพู และ เมืองพูนาคา อาจจะเป็นเพราะเวลาที่มีจำกัด การเดินทาง หรือ งบประมาณ ระหว่างเมืองพาโรและเมืองทิมพูใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง 30 นาที ระยะทาง 70 กิโลเมตร ระหว่างเมืองทิมพูและเมืองพูนาคา ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง รวมการพักกลางทางแล้ว สำหรับเมืองท่องเที่ยวนอกเหนือจากสามเมืองหลักจะได้แก่ เมืองวังดู เมืองตรองซ่า และเมืองบุมตัง นั้นนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวอีกสามเมืองนี้ควรมีเวลาอีกสักสามวันเพื่อใช้ในการเดินทาง ท่องเที่ยว และ ค้างคืน สามเมืองนี้ถนนกำลังถูกขยายและพัฒนาให้เดินทางสะดวกขึ้น

เรามาเริ่มต้นกันด้วยสถานที่ท่องเที่ยวภูฏานเรียงลำดับจากความนิยมนักท่องเที่ยวที่มเที่ยวประเทศภูฏานดังนี้:

____________________________________________

วัดทักซัง (Taktshang Goemba Monastery)

____________________________________________

วัดทักซังเป็นวัดพุทธที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฏาน โดยถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1962 จุดเด่นอยู่ที่ตัววัดนั้นตั้งอยู่ริมผาซึ่งมีความสูงกว่า 900 เมตร ในเขตเมืองพาโร ด้วยความสูงเทียมฟ้าเช่นนี้เอง ทำให้วัดนั้นอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกสีขาวที่ล้อมรอบวัด อีกทั้งยังสามารถชมวิวสวย ๆ ด้านล่างได้อย่างชัดเจนในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่หมู่มวลดอกไม้ต่างพากันชูช่อสวยงาม ด้านประวัติความเป็นมานั้น มีตำนานเล่าว่า แต่ก่อนพื้นที่บริเวณนี้จะถูกสร้างเป็นวัดนั้นท่านกูรูรินโปเช ( Guru Rinpoche) หรือท่านคุรุปัทมะสัมภวะ (Guru Padmasambhava) คนภูฏานจะเรียกท่านว่า กูรูรินโปเช (ท่านกูรูรินโปเชในแถบประเทษทิเบต ภูฏาน เนปาล และบางส่วนในประเทศอินเดียในแถบเทือกเขาหิมาลัยนั้นถือว่าท่าเหมือนพระพุทธเจ้าองที่สอง โดยตามวัดต่างๆที่ภูฏานจะมีรูปปั้นของท่านแทบทุกวัด) ได้ขี่หลังเสือมาเหยียบแผ่นดินภูฏานครั้งแรกและบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำแห่งนี้เป็นเวลา สามปี สามเดือน สามอาทิตย์ สามวัน สามชั่วโมง ครั้นจะเทศนาสั่งสอนผู้คนท่านจะกลายร่างเป็นมนุษย์เช่นเดิม และเมื่อคำสอนได้ผล ผู้คนต่างพากันเสื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงทำให้สถานที่นี้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาจึงได้มีการสร้างวิหารขึ้นเพื่อแสดงถึงความนิยมด้านพระพุทธศาสนา และเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนานทำให้ตัววิหารชำรุดทรุดโทรม จนท้ายที่สุดในปี ค.ศ. 1962 จึงมีการสร้างวัดทักซังหรือวัดรังเสือขึ้นมา และได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1998 จากเหตุเพลิงไหม้

 

____________________________________________

พูนาคาซอง (Punakha Dzong)

____________________________________________

พูนาคาซอง (Punakha Dzong) ป้อมปราการประจำเมืองปูนาคา ปัจจุบันเป็นพระราชวังฤดูหนาวของพระสังฆราช ป้อมปราการแห่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1637-38 เป็นซองที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสองและเป็นซองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองอีกด้วย ซองแห่งนี้ถูกทําลายหลายครั้ง จากไฟไหม้และภัยธรรมชาติแต่ได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่อง ป้อมปราการแห่งนี้สวยงามมากเพราะอยู่ตรงกลางระหว่าง แม่น้ำโพ (Po Chu)ซึ่งหมายถึงแม่น้ำพ่อ และแม่น้ำโม (Mo Chu)หมายถึงแม่น้ำแม่ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำ ปูนา ซัง ชู(Puna Tsang Chu)หรืออีกชื่อเรียกว่า Sankosh river

____________________________________________

ดอร์ ชูลา พาส (Dorchula Pass)

____________________________________________

ดอร์ ชูลา (Dorchula Pass) เป็นจุดแวะพักที่อยู่ที่สุดบนเส้นทางเดินรถระหว่างเมืองทิมพูและพูนาคา อยู่ที่ความสูง 3,116 เมครจากระดับน้ำทะเล ณ จุดนี้ท่านจะได้เห็น สถูป ดรุค วังเกล 108 องค์ (Druk Wangle Chorten)(สถูปแห่งความเป็นสิริมงคล และสันติสุขของแผ่นดิน 108 องค์) สร้างขึ้นมาเพื่อถวายแกพระโพธิสัตว์ของชาววัชรยาน จุดนี้เป็นจุดที่สามารถยืนชมเทือกเขาหิมาลัยได้แบบกระจ่างตาที่สุด โดยเฉพาะในวันที่อากาศสดใสและฟ้าเปิด รวมถึง ยอดเขากังคาพูนซัม(Gangkhar Puensum) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศภูฏานซึ่งอยู่ในระดับความสูงที่ 7,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

 

____________________________________________

พระใหญ่ หรือ Great Buddha Dordenma

____________________________________________

พระใหญ่ หรือ Great Buddha Dordenma ตั้งอยู่ยอดเขาเมืองทิมพู เป็นรูปหล่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขนาดใหญ่ ซื่งสร้างขึ้นในปี 2006  โดยมีความสูง 54 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 60ปี แดองค์สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก (กษัตริย์ภูฏานรัชการที่ 4) ภายในสามารถเข้าชมได้ ภายในจะมีสามชั้นซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าชมได้ในชั้นที่สอง ภายในจะมีพระพุทธรูปขนาด 8 นิ้ว 100,000 องค์ และ 12 นิ้ว 25,000 องค์ หลังสร้างเสร็จจะเป็นหนึ่งในรูปหล่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

____________________________________________

หุบเขาผอบจิกะ Phobjikha Valley

____________________________________________

หุบเขากังเต Gangtey Valley หรือ อีกชื่อเรียกคือ หุบเขาผอบจิกะ Phobjikha Valley เป็นหุบเขากว้างใหญ่ ทุ่งหญ้าเขียวขจี ซึ่งเชื่อว่าเมือก่อนเป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ก่อนที่จะละลายกลายเป็นทุ่งหญ่าสวยงามให้เราเห็นในขณะนี้ ที่นี่ยังมีความสำคัญเพราะว่าเป็นที่อยู่อาศัยของนกกระสาคอดำ ซึ่งเป็นนกหายากสุ่มเสี่ยงที่จะศูนย์พันธ์ที่จะบินมายังทุ่งหญ่าแห่งนี้จากประเทศทิเบต

 

____________________________________________

สถูป คัมซุม ยุลเล นัมเกล ( Khamsum Yulley Namgyal Chorten )

____________________________________________

 

สถูป คัมซุม ยุลเล นัมเกล ( Khamsum Yulley Namgyal Chorten ) ตั้งอยู่บนยอดเขาของเมืองพูนาคา สร้างโดยสมเด็จพระบรมราชชนนี องค์ที่ 3 อาชิ เชริ่ง ยังดน วังชุก ให้กับพระมหากษัตริย์ภูฏาน มหาสถูปเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมและศิลปะในแบบภูฏาน ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 8ปีครึ่ง รายละเอียดทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะนำมาจากพระคัมภีร์ทางด้านศาสนาพุทธ เป็นแบบอย่างของการผสมผสานศิลปะพื้นบ้านดั้งเดิมและสถาปัตยกรรมของประเทศในเอเชียใต้ บริเวณวัดโดยรอบมีพื้นที่สวน เหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อน พักกายใจที่ดี และการนั่งสวดมนต์ศึกษาตลอดจนการนั่งสมาธิ ปฏิบัติฝึกฝนจิตใจ
ภายในได้รับการออกแบบตกแต่งงดงามด้วยศิลปะแกะสลักรูปปั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เหมาะสมอย่างยิ่งแก่การไปเยี่ยมชมหรือแสวงบุญ

____________________________________________

ชีเลล่าพาส (Chele La Pass)

____________________________________________

ชีเลล่าพาส (Chele La Pass) ตังอยู่ที่เมืองพาโร เป็นถนนที่สูงที่สุดและเป็นจุดพักที่มีความสวยงาม ระหว่างเมืองพาโรและเมืองฮา จุดนี้อยู่ที่ความสูง 3,988 เมตรจากระดับน้ำทะเล ท่านสามาระเห็นวิวของเมืองพาโรและเมืองฮา รอบๆจะมีธงขาวล้อมรอบ

____________________________________________

ทิมพู ซอง (Thimphu Dzong)

____________________________________________

ป้อมปราการ ทิมพู ซอง” Thimphu Dzong หรือมีชื่อเป็นทางการว่า ตาชิโช ซอง” (Tashicho Dzong) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวงแห่งนี้ ป้อมปราการแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี1907 ซึ่งนอกจากเป็นป้อมปราการแล้วยังเป็นอารามหลวงสำหรับพระอีกด้วย โดยตอนนี้สถานที่แห่งนี้เป็น เหมือนศาลาการจังหวัด ที่ตั้งของสำนักพระราชวัง ที่ทำงานของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีจากที่นี่ท่านจะเห็นทำเนียบรัฐบาลตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามและนอกจากนั้นจะได้เห็นที่ประทับของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน รัชกาลที่ 5

____________________________________________

ตรองซ่าซอง (Trongsa Dzong)

____________________________________________

ตรองซ่าซอง Trongsa Dzong เป็นป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดในประเทศภูฏาน สร้างขึ้นในปี 1648 ตัวป้อมปราการนั้นถูกสร้างเป็นแนวยาวทอดยาวไปตามสันเขา นักท่องเที่ยวยกให้เป็นหนึ่งในป้อมปราการที่สวยที่สุดในประเทศภูฏาน ที่นี่นับเป็นจุดเริ่มต้นของราชวงศ์วังชุก ก่อนที่จะขึ้นครองราชเป็นกษัตริย์ราชวงศ์หวังชุกได้ปกครองเมืองตรองซ่า รวบรวมภาคกลางและด้านตะวันตกของภูฏานจนถึงได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ในปี 1970

____________________________________________

พาโรริงปุงซอง (Paro Ringpung Dzong)

____________________________________________

พาโรริงปุงซอง (Paro Ringpung Dzong) ป้อมปราการยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองพาโร ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1645 ในสมัยของท่าน Shabdrung Ngwang Namgyel ผู้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รวมประเทศภูฎานให้เป็นหนึ่งเดียวในช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 17  ตั้งตระหง่านโดนเด่นอยู่ท่ามกลางหุบเขา ซึ่งตอนนี้สถานที่นี้มีไว้สำหรับส่วนบริหาร ศูนย์กลางทางการปกครองของเมืองพาโร และเป็นที่ตั้งของพระอารามหลวง มีพระสงฆ์จำวัดกว่า 200 รูป ที่นี่เคยเป็นที่ถ่ายทำหนัง Little Buddha ในปี 1993

____________________________________________

วัดภิกษุณี (Sangchhen Dorji Lhuendrup nunnery)

____________________________________________

วัดภิกษุณี (Sangchhen Dorji Lhuendrup nunnery) ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา มีเจดีย์เนปาลตั้งอยู่ ด้านในมีเจ้าแม่กวนอิมปางพันมือ ประดิษฐานอยู่ จากบนนี้ท่านสามารถมองเห็นวิวแบบพาโนราม่า

 

____________________________________________

สะพานเหล็ก  (Punakha Suspension Bridge)

____________________________________________

สะพานเหล็กที่ยาวที่สุดในภูฏาน (Punakha Suspension Bridge) ตั้งอยู่ที่เมืองพูนาคา สะพานทำมาจากเหล็กยึงโยงด้วยสายเคเบิลอย่างแน่นหนา ยาวประมาณ 300 เมตร ไม่ไกลจากพูนาคาซอง สะพานพาดผ่านแม่น้ำเพื่อให้ชาวเมืองสามารถเดินทางข้ามมายังพูนาคาซองได้สะดวกสะพานพาดผ่านยัง แม่น้ำพ่อ และแม่น้ำโม (Mo Chu)

____________________________________________

ซิมโทกาซอง (Simtokha Dzong)

____________________________________________

ซิมโทกาซอง (Simtokha Dzong) เป็นป้อมปราการแห่งแรกของประเทศภูฏาน สร้างในปี ค.ศ. 1629 โดยท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล เป็นต้นแบบของป้อมปราการทุกแห่งในประเทศภูฏาน ด้านในมีของเก่าแก่มากมายจึงมีตำรวจเฝ้าอยู่ตลอดเวลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้าพระกฐินทอดถวาย เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556

____________________________________________

วัดกังเต  (Gangtey Monastery)

____________________________________________

วัดกังเต หรือ Gangtey Monastery เป็นวัดนิกาย Nyingma หรือ นิกายลามะหมวกแดงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศภูฏาน วัดนี้ก่อตั้งเมื่อปี 1613 รอบๆของวัดแห่งนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยของคนในหมู่บ้าน Gomchens ตัววัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,800 เมตร

____________________________________________

วัดคิชู ลาคัง (Kyichu Lhakhang)

____________________________________________

วัดคิชู ลาคัง (Kyichu Lhakhang) หรือ วัดคิชู วัดคิชูเป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่สุดของภูฏาน ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา พระเจ้าซองต์เซน กัมโป กษัตริย์ทิเบต ทรงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 659 โดยที่ในเวลานั้นพื้นที่ของวัดยังเป็นของทิเบต  ตำนานการสร้างวัดแห่งนี้น่าสนใจมาก เล่าสืบต่อกันมาว่า มีนางยักษ์ตนหนึ่งที่มีร่างกายใหญ่โตได้เข้ามาเหยียดแขนเหยียดขานอนทับอยู่บนพื้นที่ของทิเบตและเทือกเขาหิมาลัย เพื่อปิดกั้นไม่ให้ผู้คนที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาพุทธเข้ามายังพื้นที่นี้ พระเจ้าซองต์เซน กัมโป จึงทรงดำริสร้างวัดพุทธ 108 แห่ง ภายในวันเดียว เพื่อตรึงร่างนางยักษ์เอาไว้ โดยวัดคิชูในเมืองพาโรนั้นเป็น 1 ใน 108 แห่งดังกล่าว และเป็นพื้นที่ส่วนที่เท้าซ้ายของนางมารเหยียบอยู่ ส่วนอีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่เมืองบุมทัง สร้างตรงเท้าขวาของยักษ์

____________________________________________

ไปรษณีย์ภูฏาน (General Post Office)

____________________________________________

ไปรษณีย์ภูฏาน (General Post Office) ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อดวงตราไปรษณียากรที่งดงามของภูฏาน และความพิเศษที่ไปรษณีย์ภูฏานคือท่านสามารถถ่ายรูปตัวเองลงบนตราไปรษณีย์ซึ่งสามารถใช้ได้อย่างถูกกฎหมายและสามารถติดบนโปสการ์ดหรือจดหมายส่งกลับมาประเทศไทยและทั่วโลกได้อีกด้วย (ท่านสามารถเตรียมรูปท่านเองหรือรูปคนอื่นมาทำแสตมป์ได้ ค่าใช้จ่ายต่อท่านประมาณ 200-280 บาทขึ้นอยู่กับชุดแสตมนั้น ๆ)

 

____________________________________________

เมมโมเรียลโชเตน (Memorial Chortten)

____________________________________________

เมมโมเรียลโชเตน (Memorial Chortten) มหาสถูปเพื่อสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงอดีตกษัติริย์ จิกมี่ ดอร์จี วังชุก พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองประเทศภูฏานในช่วง ค.ศ. 1952-1972 และทรงได้รับพระฉายาว่า “พระบิดาแห่งภูฏานนยุคใหม่” สร้างขึ้นในปี 1974สถานที่แห่งนี้ท่านจะเห็นคนเฒ่าคนแก่จำนวนหนึ่งมานั่งนับลูกปัดและเดินวนรอบสถูป

____________________________________________

วัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang)

____________________________________________

วัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang) วัดนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี 1499 โดยพระงาหวัง ชอคเยล โดย ชาวภูฏานนิยมมาไหว้ขอพรในเรื่องครอบครัว อาทิ ขอลูก ขอพรให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก ขอพรให้ลูกหรือมาให้พระตั้งชื่อให้ลูก นอกจากนี้ยังเชื่อว่า สามารถขอพรให้ลูกเกิดมาหน้าตาดีได้ในขณะที่ตั้งครรภ์ ชื่อที่เป็นที่นิยมที่หากมาตั้งชื่อที่วัดนี้คือ คินเลย์ (ชื่อสถานที่) และ ชิมิ (ชื่อวัด)

____________________________________________

สนามบินพาโร (Paro International Airport)

____________________________________________

สนามบินพาโร (Paro International Airport) เป็นหนึ่งในสนามบินที่อันตรายที่สุด ที่ว่าอันตรายเพราะทำการบินขึ้นลงยาก นักบินต้องมีใบอนุญาติเฉพาะเพื่อทำการบินที่สนามบินนี้ เนื่องจากโดยภูมิประเทศของภูฏานเป็นเทือกเขา นักบินต้องบังคับเครื่องบินขึ้นและลงเอง แต่สนามบินพาโรเป็นสนามบินที่สวยงาม อีกทั้งเมื่อก่อนถึงสนามบินและออกจากสนามบินท่านยังสามารถเห็นเทือกเขาหิมาลัยอันสวยงามอีกด้วย

____________________________________________

พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติ (Ta Dzong)

____________________________________________

พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติ หรือ ป้อมปราการตาซอง (National Museum of Bhutan , Ta Dzong) ป้อมปราการตาซองสร้างขึ้นกลางคริสต์ศตวรรษที่ 17ภายนอกออกแบบให้มีรูปทรงกระบอก มีทั้งหมด 8 ชั้น โดยเป็นสถานที่เก็บรวบรวม ภาพพระบฏ อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัตว์ป่าแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจน ดวงตราไปรษณีย์ แต่เนื่องด้วยเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำให้ตัวอาคารเสียหายอย่างหนักและเป็นอันตรายต่อการเข้าชมภายในตัวอาคาร นักท่องเที่ยวสามารถชมอาคารภายนอกได้และรัฐบาลภูฏานได้สร้างอาคารหลังใหม่เพื่อจัดแสดงแทน โดยที่อาคารหลังใหม่มี 2 ชั้นและจัดแสดงเพียง 4 ห้องเท่านั้น จากจุดนี้ท่านสามารถเห็นวิวสวยๆของสนามบินพาโรและตัวเมืองได้อย่างชัดเจน  **จุดนี้จะอยู่บนยอดเขาเราจะพาท่านไปชมวิวมุมสูงของเมืองพาโรให้ท่านสามารถถ่ายรูปสวยๆได้