สถานที่ท่องเที่ยวภูฏาน

ประเทศภูฏานนั้นตั้งอยู่ในแทบเทือกเขาหิมาลัย ภูมิประเทศส่วนใหญ่จะเป็นหุบเขา การท่องเที่ยวที่ประเทศภูฏานจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์หรือEco tourism ซะเป็นส่วนใหญ่ ทุกที่ๆเราเดินทางไปจะอยู่ในแทบหุบเขาล้อมรอบด้วยต้นไม้ตลอดการเดินทาง ประเทศภูฏานนั้นได้เปิดให้นักท่องเที่ยวทัวโลกสามารถเข้าไปท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ปี 1974 สถานที่ท่องเที่ยวภูฏาน

สำหรับนักท่องเที่ยวไทยเริ่มที่จะเข้าไปเที่ยวภูฏานมากขึ้นเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2557 โดยการท่องเที่ยวของประเทศภูฏานได้จัดโปรโมชั่นสำหรับนักท่องเที่ยวไทยในช่วงเดือน มิถุนายน-กรกฎาคม-สิงหาคม ของปีนั้นทำให้ราคาทัวร์ไปภูฏานในปีนั้นถูกที่สุดที่เคยมีมาเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศภูฏาน

นักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่จะไปประเทศภูฏานเป็นกลุ่มใหญ่ๆและเดินทางไปพร้อมหัวหน้าทัวร์แตกต่างจากนักท่องเที่ยวในโซนตะวันตกที่ชอบไปเป็นกลุ่มเล็กๆ จากประสบการณ์ที่เราจัดท่องเที่ยวภูฏานมามากกว่า 2 ปี มีลูกค้าเดินทางกับเรามากกว่า 800 คน นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวภูฏานจะมีจุดมุ่งหมายที่จะไปดูบ้านเมือง ดูวัฒนธรรม และชื่นชมในตัวกษัตริย์จิกมี สถานที่ท่องเที่ยวภูฏาน สถานที่ท่องเที่ยวภูฏาน สถานที่ท่องเที่ยวภูฏาน

สถานที่ท่องเที่ยวภูฏาน

ประเทศภูฏานนั้นจะมีสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆอยู่ 3 เมือง คือ เมืองที่หนึงคือเมืองพาโร เป็นเมืองหน้าด่านที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยสายการบิน ต้องลงที่เมืองนี้ เมืองที่สองคือเมืองทิมพู เมืองทิมพูเป็นเมืองหลวงของประเทศภูฏาน มีประชากรแยอะที่สุดและมีที่ทำการและเป็นที่ประทับและที่ทรงงานของกษัตริย์จิกมี เมืองที่สามคือเมืองพูนาคา เป็นเมืองเล็กๆแต่มีส่วนสำคัญเพราะมี “ซอง (Dzong)” หรือป้อมปราการที่สวยที่สุดอยู่นั่นเอง ประเทศภูฏานโปรโมทสามเมืองหลักนี้เพราะว่ามีความสะดวกสบายในการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยว มีถนนที่ดี มีโรงแรมที่พักเพียงพอและยังมีห้องน้ำให้เข้าอยู่การตลอดทาง

การไปภูฏานข้อแนะนำของเราคือควรเชื่อหัวหน้าทัวร์เมื่อเค้าเตือนให้ท่านเข้าห้องน้ำเพราะไม่ใช่ว่าทุกที่จะมีห้องน้ำสะอาดสาธารณะให้ท่านใช้ฉะนั้นควรจะเข้าห้องน้ำทุกครั้งที่หัวหน้าทัวร์แนะนำ

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปก็คือ “วัดถ้ำเสื้อ หรือ วัดรังเสือ (Tiger’s Nest)” ซึ่งเป็นวัดตั้งอยู่บนหน้าผาบนเขาทักซังในเมืองพาโร การไปเที่ยวที่นี่คือการเดินเท้าเท่านั้น

เมืองพาโร(Paro)

สถานที่ท่องเที่ยวภูฏาน

เมืองพาโรมีความสำคัญเพราะเป็นเมืองที่เป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติของประเทศภูฏาน นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาลงที่เมืองนี้และยังเป็นเมืองที่ตั้งของวัดถ้ำเสือ

สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองพาโร

พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติ หรือ ตาซอง (National Museum of Bhutan , Ta Dzong)

พิพิธภัณฑ์ มีทั้งหมด 6 ชั้น โดยเป็นสถานที่เก็บรวบรวม ภาพพระบฏ อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัตว์ป่าแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจน ดวงตราไปรษณีย์ แต่เนื่องด้วยเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำให้ตัวอาคารเสียหายอย่างหนักและเป็นอันตรายต่อการเข้าชมภายในตัวอาคาร นักท่องเที่ยวสามารถชมอาคารภายนอกได้และรัฐบาลภูฏานได้สร้างอาคารหลังใหม่เพื่อจัดแสดงแทน โดยที่อาคารหลังใหม่มี 2 ชั้นและจัดแสดงเพียง 4 ห้องเท่านั้น จากจุดนี้ท่านสามารถเห็นวิวสวยๆของสนามบินพาโรและตัวเมืองได้อย่างชัดเจน

พาโรริงปุงซอง (Paro Ringpung Dzong)

ป้อมปราการยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองพาโร ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1645 ในสมัยของท่าน Shabdrung Ngwang Namgyel ผู้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รวมประเทศภูฎานให้เป็นหนึ่งเดียวในช่วง คริสต์ศตวรรษที่ 17  ตั้งตระหง่านโดนเด่นอยู่ท่ามกลางหุบเขา ซึ่งตอนนี้สถานที่นี้มีไว้สำหรับส่วนบริหาร ศูนย์กลางทางการปกครองของเมืองพาโร และเป็นที่ตั้งของพระอารามหลวง มีพระสงฆ์จำวัดกว่า 200 รูป

วัดทักซัง หรือ วัดถ้ำเสือ (Taksang Palphug Monastery and the Tiger’s Nest)

วัดทักซังเป็นวัดพุทธที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฏาน โดยถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1962 จุดเด่นอยู่ที่ตัววัดนั้นตั้งอยู่ริมผาซึ่งมีความสูงกว่า 900 เมตร ในเขตเมืองพาโร ด้วยความสูงเทียมฟ้าเช่นนี้เอง ทำให้วัดนั้นอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกสีขาวที่ล้อมรอบวัด อีกทั้งยังสามารถชมวิวสวย ๆ ด้านล่างได้อย่างชัดเจนในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่หมู่มวลดอกไม้ต่างพากันชูช่อสวยงาม ด้านประวัติความเป็นมานั้น มีตำนานเล่าว่า แต่ก่อนพื้นที่บริเวณนี้จะถูกสร้างเป็นวัดนั้นมี คุรุรินโปเซ (Guru Rinpoche) ซึ่งสามารถจำแลงกายเป็นเสือได้มาอาศัยอยู่ในถ้ำแห่งนี้ ครั้นจะเทศนาสั่งสอนผู้คนท่านจะกลายร่างเป็นมนุษย์เช่นเดิม และเมื่อคำสอนได้ผล ผู้คนต่างพากันเสื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงทำให้สถานที่นี้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาจึงได้มีการสร้างวิหารขึ้นเพื่อแสดงถึงความนิยมด้านพระพุทธศาสนา และเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนานทำให้ตัววิหารชำรุดทรุดโทรม จนท้ายที่สุดในปี ค.ศ. 1962 จึงมีการสร้างวัดทักซังหรือวัดรังเสือขึ้นมา และได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1998 จากเหตุเพลิงไหม้

เมืองทิมพู (Thimphu)

ทิมพูเป็นเมืองที่อยู่ในระดับความสูง 2,400 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นเมืองหลวงที่เล็กที่สุดของเอเชียและไม่มีสัญญาณไฟจราจร

เมืองทิมพูมีระยะทางห่างจากเมืองพาโรประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ในระหว่างการเดินทางสู่เมืองเมืองทิมพูท่านจะได้เห็นทัศนียภาพอันสวยงามโดยมีภูเขาล้อมรอบอีกทั้งท่านยังจะได้เห็นสภาพการอยู่อาศัยของคนพื้นเมืองอีกทั้งยังจะได้ตื่นตาตื่นใจกับสถาปัตยกรรมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของประเทศภูฏานตลอดระยะทาง

สถานที่ท่องเที่ยวเมืองทิมพู

ป้อมปราการ “ทิมพู ซอง” Thimphu Dzong หรือมีชื่อเป็นทางการว่า “ตาชิโช ซอง” (Tashicho Dzong)

ป้อมปราการแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี1907 ซึ่งนอกจากเป็นป้อมปราการแล้วยังเป็นอารามหลวงสำหรับพระอีกด้วย โดยตอนนี้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ทำงานของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีและทำเนียบรัฐบาล ที่นี่เราจะเห็นที่ประทับของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีสามารถมองเข้าไปได้แต่ไม่สามารถถ่ายรูปได้

 

ที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน (General Post Office)

ความพิเศษที่ไปรษณีย์ภูฏานคือท่านสามารถถ่ายรูปตัวเองลงบนตราไปรษณีย์ซึ่งสามารถใช้ได้อย่างถูกกฎหมายและสามารถติดบนโปสการ์ดหรือจดหมายส่งกลับมาประเทศไทยและทั่วโลกได้อีกด้วย

โรงเรียนสอนงานศิลปะ Zorig Chusum (The School of Arts and Crafts or the Painting School)

เป็นสถาบันที่สอนงานศิลปะและงานช่างของภูฏาน 13 แขนง โดยใช้เวลา 4-6 ปีในก่อตั้งขึ้นและแล้วเสร็จในปี 1972 ซึ่งท่านจะเห็นเด็กนักเรียนประดิษฐ์ งานศิลปะแขนงต่าง ๆ เช่น งานแกะสลักไม้ งานวาดภาพพระบฏ หรือภาพทังก้า (Tanka) โดยท่านสามารถถ่ายรูปได้และสามารถอัดวีดีโอขณะที่นักเรียนเรียนอยู่ได้

เมมโมเรียลโชเตน (Memorial Chorten)

มหาสถูปประดิษฐ์ฐานพระบรมอัฐิของอดีตกษัติริย์ จิกมี่ ดอร์จี วังชุก พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองประเทศภูฏานในช่วง ค.ศ. 1952-1972 และทรงได้รับพระฉายาว่า “พระบิดาแห่งภูฏานนยุคใหม่” สถานที่แห่งนี้ท่านจะเห็นคนเฒ่าคนแก่จำนวนหนึ่งมานั่งนับลูกปัดและเดินวนรอบสถูป

หลวงพ่อสัจธรรม Buddha Dordenma statue (Buddha Point)

พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สุดของภูฏาน หล่อสัมฤทธิ์ ประดิษฐานอยู่บริเวณเชิงเขาในเมืองทิมพู ทําหน้าที่ปกปักรักษาชาวเมืองทิมพู จากมุมนี้ท่านจะได้เห็นตัวเมืองทิมพูแบบรอบทิศทาง

เมืองพูนาคา (Punakha)

เมือง Punakha พนูาคา ระยะทางห่างจากเมืองทิมพูประมาณ 75 กิโลเมตร ใชเ้วลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง หากดูจากรูปภาพด้านบนจะเห็นได้ว่าระหว่างทางไปเมืองพูนาคานั้นถนนค่อนข้างจะคดเคี้ยวไปมา เราแนะนำให้ท่านเตรียมยาแก้เมารถมาด้วย เพราะท่านอาจจะเมารถได้ ระหว่างทางไปเมืองพูนาคานั้น ท่าจะจะได้เจอจุดท่องเที่ยวสำคัญเรียกว่า โดชูล่าพาส (Docula Pass) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สูงที่สุดในประเทศภูฏาน ตรงจุดนี้อากาศจะหนาวกว่าที่เมืองทิมพู ท่านควรจะเตรียมเสื้อกันหนาวเผื่อไว้ด้วย เมืองทิมพูเป็นเมืองที่มีแม่น้ำที่กว้างมาก คนในเมืองนี้ไม่แยอะมาก ทางบริษัทเลยไม่ได้พักที่เมืองนี้ เพราะเดียวนี้ตั้งแต่ ธันวาคมปี 2559 เราสามารถเดินทางระหว่างเมืองทิมพูกับเมืองพูนาคาใช้เวลาเพียง 2 ชั้วโมงเท่านั้น เนื่องมาจากการทำถนนนั้นดีขึ้นมากแล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวเมืองพูนาคา

ดอร์ ชูลา (Dorchula Plass)

 

ดอร์ ชูลา (Dorchula Plass) และสถูป “ดรุค วังเกล” (Druk Wangle Chorten) 108 องค์ (สถูปแห่งความเป็นสิริมงคล และสันติสุขของแผ่นดิน 108 องค์) สร้างขึ้นมาเพื่อถวายแกพระโพธิสัตว์ของชาววัชรยาน จุดนี้เป็นจุดที่สามารถยืนชมเทือกเขาหิมาลัยได้แบบกระจ่างตาที่สุด โดยเฉพาะในวันที่อากาศสดใสและฟ้าเปิด รวมถึง ยอดเขากังคาพูนซัม(Gangkhar Puensum) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศภูฏานซึ่งอยู่ในระดับความสูงที่ 7,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

เราบอกได้คำเดียวว่า ท่านต้องมีดวงนิดหน่อยเพราะถ้าท่านมาจังหวะที่ดีฟ้าวันนั้นจะโปร่งเห็นวิวแบบสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว โดยปกติจุดนี้เราจะให้นักท่องเที่ยวแวะถ่ายรูปประมาณ 1 ชั่วโมงเพราะว่าสวยจริงๆ

วัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang)

วัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang) วัดนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี 1499 โดยพระงาหวัง ชอคเยล โดย ชาวภูฏานนิยมมาไหว้ขอพรในเรื่องครอบครัว อาทิ ขอลูก ขอพรให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก ขอพรให้ลูกหรือมาให้พระตั้งชื่อให้ลูก นอกจากนี้ยังเชื่อว่า สามารถขอพรให้ลูกเกิดมาหน้าตาดีได้ในขณะที่ตั้งครรภ์ ชื่อที่เป็นที่นิยมที่หากมาตั้งชื่อที่วัดนี้คือ คินเลย์ (ชื่อสถานที่) และ ชิมิ (ชื่อวัด) วัดนี้เป็นวัดที่มีเณรแยอะมาหากขึ้นมาวัดนี้ติดขนมมาด้วยก็ได้เพื่อแจกเณรน้อย

นาคาซอง (Punakha Dzong)

นาคาซอง (Punakha Dzong) ป้อมปราการประจำเมืองปูนาคา ปัจจุบันเป็นพระราชวังฤดูหนาวของพระสังฆราช ป้อมปราการแห่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1637 และถูกทําลายหลายครั้ง จากไฟไหม้และภัยธรรมชาติแต่ได้รับการบูรณะอย่างต่อเนื่อง ป้อมปราการแห่งนี้สวยงามมากเพราะอยู่ตรงกลางระหว่าง แม่น้ำโพ (Po Chu)ซึ่งหมายถึงแม่น้ำพ่อ และแม่น้ำโม (Mo Chu)หมายถึงแม่น้ำแม่ไหลมาบรรจบกัน

ที่นี่พอถึงหน้าร้อนนักท่องเที่ยวต่างชาติมักนิยมล่องแก่งกันเพราะว่าน้ำนั้นใสมากๆเห็นปลาที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำได้เลย

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเทศภูฏาน:

หากท่านสนใจ ทัวร์ภูฏาน แพคเกจภูฏาน แบ็คแพ็คภูฏาน จัดกรุ๊ปภูฏาน  เดินทางส่วนตัวไปภูฏาน privateทัวร์ไปภุฏาน พักโรงแรม3-5ดาว ตั๋วเครื่องบินไปภูฏาน กรุ๊ปเหมาภูฏาน  เช็คราคาและเสนอราคาโรงแรมให้ได้เลย ราคาเป็นกันเองไม่แพง ไม่ต้องเสี่ยงโอนเงินเอง หรือ ปรึกษาเรื่อง เดินทางไปภูฏาน สามารถโทรหาเราได้ที่ 02-0860080 -1 เราการันตีเรื่องวีซ่าภูฏาน พร้อมเอกสารที่ท่านจะได้รับก่อนเดินทางไปภูฏาน

ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 9:00 – 18:00

ติดต่อเราผ่าน LINE: @gebpow

การท่องเที่ยวภูฏาน : https://www.tourism.gov.bt