แผนที่ประเทศภูฏาน

แผนที่ประเทศภูฏาน

แผนที่แสดงให้เห็นว่าประเทศภูฏานมีชายแดนติดกับอินเดียและจีนทางด้านทิเบตและตั้งอยู่ในแทบเทือกเขาหิมาลัย

ภูฏาน (Bhutan) หรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรภูฏาน (Kingdom of Bhutan) เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ที่มีขนาดเล็ก และมีภูเขาเป็นจำนวนมาก ตั้งอยู่ในแทบเทือกเขาหิมาลัยระหว่างประเทศ อินเดียกับจีน

ประเทศภูฏานเป็นดินแดนที่หลายๆคน ยกให้เป็นดัง”สวรรค์บนพื้นพิภพ” ตามตำนานเล่าว่า ขณะที่ Tsangpa Gyare Yeshe Diorje (ค.ศ.1161-1211)กำลังประกอบพิธีสถาปนาวัดลามะแห่งหนึ่งในทิเบตกลาง ท่านได้ยินเสียงร้องซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเสียงของมังกร จึงได้ให้ชื่อวัดแห่งนี้ว่า “Druk”(มังกร) และให้นามสำนักที่ท่านตั้งขึ้นว่า “Drukpa” ชื่อในภาษาท้องถิ่นของประเทศภูฎานคือ Druk Yul (อ่านว่า ดรุก ยุล) แปลว่า “ดินแดนของมังกรสายฟ้า (Land of the Thunder Dragon)

 

ธงชาติภูฏาน
ธงชาติภูฏาน

 

ประชากรภูฏาน

ภูฏานมีจำนวนประชากรเพียง 752,700 คน ซึ่งมีอัตราการเพิ่มของประชากรร้อยละ 2.14

โดยประกอบด้วย 3 เชื้อชาติ ได้แก่
1. ชาร์คอป (Sharchops) ชนพื้นเมืองดั้งเดิม ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันออก
2. งาลอบ (Ngalops) ชนเชื้อสายธิเบต ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันตก
3. โลซาม (Lhotshams) ชนเชื้อสายเนปาล ส่วนใหญ่อยู่ทางใต้

ศาสนาภูฏาน

รัฐธรรมนูญของชาวภูฏานได้ให้อิสระในการนับถือศาสนา ประชากรและนักท่องเที่ยวสามารถประกอบพิธีกรรมสักการะได้ทุกรูปแบบตราบเท่าที่มันไม่ได้ส่งผลไม่ดีต่อบุคคลอื่น ชาวคริสต์ ชาวฮินดู และอิสลามยังคงอาศัยอยู่ที่ภูฏาน

ที่ประเทศภูฏานประชากรส่วนใหญ่นับถือ ศาสนาพุทธนิกายวัชรยาน ดังนั้นเมื่อเราเดินทางไปยังประเทศภูฏานจะเห็นว่าจะมีวัดอยู่ทุกที่อีกทั้ง

โดยประชาชนชาวภูฏานนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน(ตันตรยาน หรือบ้างก็เรียกว่าวัชรยาน) 75% ศาสนาฮินดู 24% ศาสนาอิสลาม 0.7% และศาสนาคริสต์ 0.3%

 

ประวัติประเทศภูฏาน

ประวัติประเทศภูฏาน

 

ประเทศภูฏานถูกเชื่อว่าอาศัยอยู่ตั้งแต่ก่อนคริสต์ศักราชกว่า 2000 ปีมาแล้ว เนื่องจากการค้นพบเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำจากหินในยุคสมัยนั้นในบริเวณนั้น เริ่มแรกนั้นเป็นประเทศที่รู้จักกันในหลายชื่ออันประกอบไปด้วย โหลวจง (Lho Jong) ‘หุบเขาแดนใต้’, โหลวมอนคาชิ (Lho Mon kha Shi) ‘ประเทศโดดเดี่ยวแดนใต้ที่เข้าถึงได้ทั้ง 4 ทาง’, โหลวจงเม็นจง (Lho Jong Men Jong) ‘หุบเขาสมุนไพรแดนใต้’ และโหลวมอนเซ็นเด็นจง (Lho Mon Tsenden Jong) หุบเขาโดดเดี่ยวแดนใต้ที่ซึ่งไม้จันทน์งอกงาม มอน  เป็นคำที่ชาวทิเบตใช้อ้างถึงคนผิวเหลือง ที่ไม่ได้นับถือพุทธศาสนา อาศัยอยู่ทางทิศใต้ของเทือกเขาหิมาลัย

ในศตวรรษที่ 17 ประเทศนี้ได้กลายมาเป็นที่รู้จักในชื่อ ดรุก ยุล (Druk Yul) หรือแผ่นดินของดรุกพาส (Drukpas) ชื่อที่หมายถึง ดรุกพา (Drukpa) นิกายหนึ่งของศาสนาพุทธ ซึ่งได้รับความศรัทธาอย่างโดดเด่นในบริเวณนั้นตั้งแต่ช่วงระยะเวลานั้น

ซับดรุง นาวาง นัมเกล
ซับดรุง นาวาง นัมเกล

ในช่วงแรกลัทธิโบนเป็นที่รู้จักในประเทศภูฏานอย่างเด่นชัด ศาสนาพุทธเริ่มเป็นที่รู้จักในประเทศภูฏานในศตวรรษที่ 7 โดยพระเจ้าซรอนซันกัมโปกษัตริย์ทิเบตเป็นผู้นำเข้ามาและผู้สนับสนุนที่เข้มแข็ง กูรูริมโปเชผู้นำสงฆ์ที่รู้จักอย่างกว้างขวางในนามของพระพุทธเจ้าองค์ที่ 2

ชาวพื้นเมืองในพื้นที่นี้ได้ถูกรวบรวมให้เป็นปึกแผ่นครั้งแรกในศตวรรษที่ 17 โดย ซับดรุง นาวาง นัมเกล เขาได้รวบรวมกำลังพลปราบ 3 ผู้รุกรานชาวทิเบต สถาปนาระบบกฎหมายและระบบการปกครองขึ้น แต่ภายหลังจากที่ท่านเสียชีวิต ระบบเหล่านั้นได้ถูกก็ถูกกัดกร่อนด้วยภาวะสงครามและสงครามการเมืองระหว่างผู้ปกครองชาวพื้นเมือง จนกระทั่ง อูเก็น วังชุก ผู้ปกครองหัวเมืองสามารถเข้าควบคุมได้สำเร็จ และด้วยการสนับสนุนของประชาชน เขาได้สถาปนาตัวเองเป็นกษัตริย์ประเทศภูฏานคนแรก ในปีค.ศ. 1907 พระเจ้าแผ่นดินอูเก็นวังชุกได้กลายเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีคนแรก (Druk Gyalpo) กษัตริย์แห่งมังกรและราชวงศ์วังชุกก็ปกครองประเทศภูฏานมาจนถึงปัจจุบัน

ประวัติประเทศภูฏาน ประวัติประเทศภูฏาน ประวัติประเทศภูฏาน ประวัติประเทศภูฏาน ประวัติประเทศภูฏาน ประวัติประเทศภูฏาน

กษัตริย์ของประเทศภูฏานตั้งแต่รัชการที่ 1 ถึง 5 (เลียงลำดับจากซ้าย ร.1, ร.3, ร.5, ร.4, ร.2)

ในปีค.ศ. 2008 ประเทศภูฏานได้ออกพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญและเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย เพื่อที่จะคุ้มครองสิทธิของพลเมืองได้ดีขึ้น หลังจากนั้นในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันสมเด็จพระราชาธิบดีที่ 5 จิ๊กมีเคเซอร์นัมเกลวังชุกได้ขึ้นครองราชสมบัติจนถึงปัจจุบัน

ภาษาประจำชาติภูฏาน

ภาษาประจำชาติภูฏาน

ที่ประเทศภูฏานประชาชนส่วนใหญ่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เพราะว่าทางรัฐบาลได้กำหนดให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สำคัญและได้กำหนดให้เนื้อหาที่เรียนส่วนหนึ่งต้องเป็นภาษาอังกฤษ สำหรับคนไทยเดินทางไปภูฏานมั่นใจได้เลยว่า ถ้าคุณพูดภาษาอังกฤษได้ คุณเดินทางได้แน่นอน ไม่อย่างนั้นก็ควระเดินทางกับทัวร์ที่มาพร้อมกับหัวหน้าทัวร์

ภูฏานเป็นประเทศที่ร่ำรวยภาษา ที่มีภาษาพูดท้องถิ่นมากกว่า 19 ภาษา ความหลากหลายทางภาษานี้น่าจะเกิดจากลักษณะทางภูมิประเทศที่มีภูเขาและเหวลึกพาดผ่านมากมาย ด้วยภูมิประเทศอันเป็นลักษณ์นี้เอง ทำให้ชนพื้นเมืองในประเทศต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุของการอยู่รอดของประชาชนอีกด้วย ภาษาประจำชาติของภูฏานคือ ซองคา (Dzongkha) ภาษาพื้นเมืองของงาลอบ (Ngalops) ที่อาศัยอยู่ทางใต้ของประเทศภูฏาน

ซองคา มีความหมายที่แท้จริงว่า ภาษาที่พูดใน ซอง (Dzongs) ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการและอารามของพระภิกษุ

นอกจากนี้ยังมีอีก 2 ภาษาสำคัญคือ ชางละคา (Tshanglakha) และโลธแชมคา (Lhotshamkha) ชางละคา เป็นภาษาพื้นเมืองของ แชงกลาส  (Tshanglas) อาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกของภูฏาน ในขณะที่ โลทแชมคา (Lhotshamkha) ถูกใช้พูดกันโดยชาวภูฏานที่มีต้นตระกูลเป็นชาวเนปาล

ภาษาถิ่นอื่นๆ ที่ใช้พูดกัน เช่น เค็งคา (Khengkha) และ บุมทัพคา (Bumtapkha) โดยชาว เค็งพาส (Khengpas) และชาวบุมเเทพ (Bumthap) อาศัยอยู่ทางภาคกลางของภูฏาน ภาษาถิ่นมังเด็พคาห์ (Mangdepkah) ที่ซึ่งถูกใช้พูดกันโดยผู้ที่อาศัยอยู่ใน ทรองซา (Trongsa) และโช ชา งา ชัง คา (Cho Cha Nga Chang Kha) ภาษาที่ซึ่งใช้โดย เคอโทพ (Kurtoeps) เชอปาส  (Sherpas) เล็พชาส (Lepchas) และทะมัง (Tamangs) ในภาคใต้ของภูฏานก็มีภาษาถิ่นเป็นของตนเองด้วยเช่นกัน น่าเสียดายที่ มงคา (Monkha) และ กงโดพคา (Gongduepkha) ใกล้จะไม่มีผู้ใช้พูดเหลืออยู่อีกแล้ว

 ชุดของชาวภูฏาน

ชุดผู้ชายภูฏาน
ชุดผู้ชายภูฏาน

ชุดผู้ชายภูฏานเรียกว่า โกะ (Gho)

หนึ่งในสิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษของชาวภูฏานคือชุดประจำชาติของพวกเขา เครื่องแต่งกายนี้ได้ถูกพัฒนามายาวนานนับพันปี ผู้ชาย จะสวมใส่ โกะ (Gho) เสื้อคลุมยาวระดับเข่า ผูกด้วยผ้าคาดเอวคล้ายกิโมโนที่เรียกว่า คีร่า (Kera)  กระเป๋าที่อยู่ทางด้านหน้านั้น ในสมัยโบราณมักใช้ใส่ชามอาหารและกริชเล็กๆ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้กระเป๋ามักจะใช้ใส่ของเล็กๆ น้อยๆ ตามความเคยชิน เช่น กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ และโดมา (หมาก)

ชุดผู้หญิงภูฏาน
ชุดผู้หญิงภูฏาน

ชุดผู้หญิงภูฏานเรียกว่า คิร่า (Kira)

ผู้หญิง จะสวมใส่คิร่า (Kira) เสื้อคลุมยาวถึงข้อเท้าควบคู่ไปกับเสื้อคลุมบางๆ ด้านนอก ที่รู้จักกันในชื่อ เทโก (Tego) และเสื้อด้านในที่รู้จักกันในชื่อ วอนจู (Wonju)

ชนเผ่าและกลุ่มพเนจรเหมือนเช่นชาว บรามิส (Bramis) และชาวโบรกพาส (Brokpas) ทางภาคตะวันออกของประเทศภูฏานนั้นจะสวมใส่เสื้อผ้าในรูปแบบที่แตกต่างจากประชากรชาวภูฏาน ชาวโบรกพาส (Brokpas) และชาว บรามิส (Bramis) ทั้งสองสวมใส่เสื้อผ้าที่ทอจากขนของวัวป่า (Yak) หรือขนแกะ

ความหมายของผ้าพาดบ่า

ชาวภูฏานจะต้องใช้ผ้าพาดบ่าเมื่อต้องไปซอง (Dzongs) และศูนย์กลางการบริหารการจัดการต่างๆ มีหลากหลายสี ซึ่งแต่ละสีจะแสดงถึงสถานภาพทางสังคมของคนคนนั้น ผ้าพาดบ่าที่ผู้ชายใช้นั้นจะถูกเรียกว่า แกบเน่ (Kabney) และที่ผู้หญิงใช้จะถูกเรียกว่า ราชู (Rachus)

ราชูจะพันอยู่รอบไหล่ของผู้หญิง แตกต่างจากผ้าพาดบ่าที่ผู้ชายใช้ และไม่มีการแบ่งสถานภาพทางสังคมตามสีของมัน ราชูมักจะทอด้วยไหมดิบและเย็บด้วยลวดลายที่สวยงาม

ชุดกษัตริย์ภูฏาน
ชุดกษัตริย์ภูฏาน

รูปพระราชินีและกษัตริย์ภูฏาน(ผ้าพาดบ่าสีเหลืองจะใช้ได้แค่กษัตริย์และพระสังฆราชเท่านั้น)

ทางด้านล่างจะเป็นการแบ่งแยกความแตกต่างของสีของผ้าพาดบ่าหรือแกบเน่กับสถานะทางสังคม

ตำแหน่ง

ผ้าพาดบ่า

กษัตริย์ สีเหลือง
เจเคนโป (พระสังฆราช) สีเหลือง
รัฐมนตรี สีส้ม
ผู้พิพากษา สีเขียว
ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น สีแดงขลิบขาว
บุคคลธรรมดา สีขาว

 

แผนที่ประเทศภูฏาน

ประเทศภูฏานตั้งอยู่ที่ไหน?

ประเทศภูฏานเป็นประเทศเล็กๆตั้งอยู่ในแถบเเทือกเขาหิมาลัย ติดกับทิเบตและอินเดีย มีเนื้อที่ 38,394 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 700,000 คน ประเทศภูฏาน

จริงๆแล้วมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายเมืองแต่เนื่องด้วยถนนที่ไม่ค่อยดีมากมาย ตอนนี้ 3 เมือง ได้แก่ เมืองพาโร เมืองทิมพู และเมืองพูนาคา ถนนดีมากแล้วถ้าเทียบกับปี 2016 ระหว่างเมืองทิมพูไปยังเมืองพูนาคาที่ต้องใช้เวลาเดินทางมากกว่า 3 ชั่วโมง แต่ตอนนี้ใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงในการเดินทางระหว่างเมือง เราคิดว่าในปี 2021 ถนนน่าจะดีไปยังเมืองบุมตัง

 

ดูแผนที่ภูฏานได้จาก Google:

สำหรับใครหลายๆคนที่ท่องเที่ยวบ่อย จะต้องศึกษาทุกครั้งว่า ฤดูไหนถึงจะไปเที่ยวแล้วจะสวยที่สุด วันนี้จากประสบการณ์ตรง เราจะมาแบ่งปันประสบการณ์ขอเราพร้อมรูปให้ท่านได้ดูว่าประเทศภูฏานหน้าร้อนเป็นยังไง

ประเทศภูฏานจะมีอยู่ 4 ฤดูการ นั่นคือดังนี้:

  1. ฤดูใบไม้พลิ (Spring) (เดือน มีนา,เมษา,พฤษภา) – High Season
  2. ฤดูร้อน (Summer) (เดือน มิถุนา กรกฏา สิงหา) – Low Season
  3. ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) (เดือน กันยา ตุลา พฤศจิกา) -High Season
  4. ฤดูหนาว (Winter) (เดือน ธันวา มกรา กุมภา) – Low Season

ภูฏานหน้าร้อน

เราอย่าคิดว่าหน้าร้อนของประเทศภูฏานนั้นจะเหมือนกันหน้าร้อนบ้านเรา ถ้าเราดูจากเมืองท่องเที่ยวหลักของภูฏานเช่น ทิมพู พาโร และ พูนาคา อากาศตอนกลางคืนจะอยู่ประมาณ 12-14 องศา ส่วนตอนกลางวันร้อนที่สุดอาจจะอยู่ที่ 24-25 องศา ที่เมืองทิมพู ส่วนเมืองพูนาคาจะร้อนกว่านิดหน่อย นอกจากนั้นหน้าร้อนฝนจะตกบ้าง ฝนที่ภูฏานจะไม่เหมือนฝนบ้านเราที่ตกหนักและเม็ดใหญ่ แต่ฝนบ้านเค้าจะเม็ดเล็กๆ ตกแปบเดียว แปบขนาดว่าบางทีลูกทัวร์เพิ่งใส่เสื้อกันฝนแต่ฝนก็หยุดแล้ว

ข้อดีหน้าร้อนของภูฏานคือ ดอกไม้จะเริ่มบาน จะมีดอกไม้แยอะที่สุดก็คือช่วงนี้ ทั้งตามทางเองและเมื่อคุณขึ้นสู่วัดทักซัก คุณจะได้เห็นดอกไม้ป่าเต็มไปหมด

Bhutan in Summer6

ตรงนี้จะเป็นวิวจาก ป้อมปราการเมืองทิมพู

Bhutan in Summer1Bhutan in Summer10

Bhutan in Summer11

Bhutan in Summer12

แต่ข้อเสียของช่วงนี้คือน้ำจะไม่ค่อยใส เพราะน้ำชะดินออกมาทำให้น้ำขุ่น ไม่ต้องกลัวเรื่องภัยธรรมชาตินะครับ เพราะ ที่ภูฏานสามเมืองหลัก ทิมพูพาโร และพูนาคาแทบไม่มีภัยธรรมชาติเลย นอกจากไฟป่า ที่นี่เวลาจุดไฟต้องขออนุญาตทางราชการก่อนทุกครั้ง

Bhutan in Summer5

Bhutan in Summer13
เห็นไหมครับฟ้าใสมากๆ ช่วงนี้คนที่มาควรใส่รองเท้าผ้าใบ ให้ดีควรจะเป็นผ้าใบกันน้ำจะดีมากครับ เพราะรองเท้าอาจเสียได้

Bhutan in Summer14

ส่วนนี่คือร้านขายของชำข้างทาง มีผลไม้ท้องถิ่นให้ซื้อหากัน ผลไม้ของภูฏานไม่มียาฆ่าแมลงนะครับ ปลอดภัยแน่นอน เพราะเค้าออแกนิคทั้งประเทศ และห้ามนำเข้าสารเคมี

Bhutan in Summer2

Bhutan in Summer15

Bhutan in Summer3

Bhutan in Summer4

Bhutan in Summer8

ตรงนี้คือทางเดินรถของกษัตริย์จิกมี่และราชวงศ์เข้าสู่และออกจากป้อมปราการทิมพู ถ้าเรามองไกลๆเราจะเห็นพระองค์ใหญ่ตั้งอยู่บนยอดเขาอีกด้วย

Bhutan in Summer16
ตรงนี้เป็นวิวของสนามบินพาโร

Bhutan in Summer17

วิวป้อมปราการเมืองพาโร

Bhutan in Summer19

Bhutan in Summer7

ใครกลัวไม่ได้เที่ยวเพราะอาจติดฝนเราบอกได้เลยว่าแทบไม่มีตั้งแต่เราทำทัวร์มา

Bhutan in Summer9

Bhutan in Summer20

ส่วนตัวชอบหน้าฝนมากๆ เพราะดอกไม้แยอะจริงๆ

Bhutan in Summer21

Bhutan in Summer23

Bhutan in Summer24

Bhutan in Summer26

จุดนี้จะมีสถูป 108 องค์ ซึ่งอยู่บนหนึ่งในจุดที่สูงที่สุดที่ถนนสร่้างถึง เรียกว่า Dochula Pass

Bhutan in Summer28
Bhutan in Summer30

Bhutan in Summer31

Bhutan in Summer32

ต้นโพบนวัดคิชู ใหญ่มากๆ

Bhutan in Summer33

Bhutan in Summer36

วิวหาดูยากที่ป้อมปราการพูนาคา

Bhutan in Summer37

ขึ้นเขาทักซักแล้ว

Bhutan in Summer38

Bhutan in Summer40

ถึงนี่แล้วไม่ผิดหวังแน่นอน จุดนี้เป็นจุดที่สามารถขี่ม้าขึ้นมาได้

Bhutan in Summer41

แอบถ่ายวัดทักซังจากคาเฟ่

Bhutan in Summer42

ตรงนี้คือแนวบันไดที่เราต้องลงแล้วจะมีบันไดขึ้นอีกจุดนี้วิวสวย หยุดถ่ยรูปนานมากๆ แทบทุกจุด

Bhutan in Summer43

ไกล้ๆเลย ของจริงสวยกว่าในรูปมากๆนะครับ

Bhutan in Summer44

Bhutan in Summer45

Bhutan in Summer47

วิวเมืองพาโร เมืองพาโรเราควรเลือกโรงแรมให้ดีนะครับ

Bhutan in Summer48

Bhutan in Summer49

Bhutan in Summer51

วิวป้อมปราการเมืองพาโร สวยไหมครับ

หากใครต้องการเดินทางไปประเทศภูฏาน บริษัทเราจัดทั้ง ทัวร์ภูฏาน ออกเดินทางพร้อมหัวหน้าทัวร์ และยังมี แพคเกจเดินทางส่วนตัว ออกเดินทางได้ทุกวัน ให้ท่านได้เลือกด้วยนะคะตั้งแต่ 3- 5 ดาวเลยนะครับ

รีวิว ภูฏาน หน้าหนาว 2561

หน้าหนาวของประเทศภูฏาน จะเริ่มตั้งแต่เดือน ธันวาคม – กุมภาพันธ์ ทุกๆเดือนบริษัทจะออกทัวร์พร้อมหัวหน้าทัวร์นำเที่ยวภูฏานแบบเจาะลึก ปี 2561 ก็เป็นอีกหนึ่งปีที่เราพาลูกค้าเดินทางไปยังประเทศภูฏานอย่างต่อเนื่อง 

 

ช่วงสิงหาคมของประเทศภูฏาน จะเป็นหน้าร้อนของประเทศภูฏาน ร้อนของเค้าไม่เหมือนกับร้อนบ้านเรานะคะ เพราะของเค้าอยู่บนหุบเขา หน้าร้อนจะเป็นนอกฤดูท่องเที่ยวของประเทศภูฏาน เพราะนักท่องเที่ยวหลายคนคิดว่ามีฝนตก ฝนที่ประเทศภูฏานนั้นไม่เหมือนฝนบ้านเราเพราะว่า บ้าน้ค่าตกไม่หนักฝนเม็ดไม่ใหญ่มาก ตกแปบเดียว เดียวก็หยุด แปบเดียวแบบว่า ลูกค้ากำลังจะใส่เสื้อกันฝนลงไปเดินเที่ยวก็หยุดแล้ว ช่วงนี้เราแนะนำว่าให้เอาร่มไปดีกว่าเอาเสื้อกันฝนค่ะ

ข้อดีของหน้าร้อนที่นี่คือ ดอกไม้จะแยอะกับต้นไม่จะเขียว ข้อเสียคือน้ำไม่ค่อยใส อากาศไม่ร้อน กลางวันน่าจะประมาณ 20กว่าองศา เราไปดูรูปกันจริงๆกีกว่าค่ะ