ข้อมูลทั่วไปของประเทศภูฏาน

แผนที่ประเทศภูฏาน
แผนที่ประเทศภูฏาน

แผนที่แสดงให้เห็นว่าประเทศภูฏานมีชายแดนติดกับอินเดียและจีนทางด้านทิเบตและตั้งอยู่ในแทบเทือกเขาหิมาลัย

ภูฏาน (Bhutan) หรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรภูฏาน (Kingdom of Bhutan) เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ที่มีขนาดเล็ก และมีภูเขาเป็นจำนวนมาก ตั้งอยู่ในแทบเทือกเขาหิมาลัยระหว่างประเทศ อินเดียกับจีน

ประเทศภูฏานเป็นดินแดนที่หลายๆคน ยกให้เป็นดัง”สวรรค์บนพื้นพิภพ” ตามตำนานเล่าว่า ขณะที่ Tsangpa Gyare Yeshe Diorje (ค.ศ.1161-1211)กำลังประกอบพิธีสถาปนาวัดลามะแห่งหนึ่งในทิเบตกลาง ท่านได้ยินเสียงร้องซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเสียงของมังกร จึงได้ให้ชื่อวัดแห่งนี้ว่า “Druk”(มังกร) และให้นามสำนักที่ท่านตั้งขึ้นว่า “Drukpa” ชื่อในภาษาท้องถิ่นของประเทศภูฎานคือ Druk Yul (อ่านว่า ดรุก ยุล) แปลว่า “ดินแดนของมังกรสายฟ้า (Land of the Thunder Dragon)

 

ธงชาติภูฏาน
ธงชาติภูฏาน

ธงชาติภูฏาน

ประชากรภูฏาน

ภูฏานมีจำนวนประชากรเพียง 752,700 คน ซึ่งมีอัตราการเพิ่มของประชากรร้อยละ 2.14

โดยประกอบด้วย 3 เชื้อชาติ ได้แก่
1. ชาร์คอป (Sharchops) ชนพื้นเมืองดั้งเดิม ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันออก
2. งาลอบ (Ngalops) ชนเชื้อสายธิเบต ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันตก
3. โลซาม (Lhotshams) ชนเชื้อสายเนปาล ส่วนใหญ่อยู่ทางใต้

ศาสนาภูฏาน

รัฐธรรมนูญของชาวภูฏานได้ให้อิสระในการนับถือศาสนา ประชากรและนักท่องเที่ยวสามารถประกอบพิธีกรรมสักการะได้ทุกรูปแบบตราบเท่าที่มันไม่ได้ส่งผลไม่ดีต่อบุคคลอื่น ชาวคริสต์ ชาวฮินดู และอิสลามยังคงอาศัยอยู่ที่ภูฏาน

ที่ประเทศภูฏานประชากรส่วนใหญ่นับถือ ศาสนาพุทธนิกายวัชรยาน ดังนั้นเมื่อเราเดินทางไปยังประเทศภูฏานจะเห็นว่าจะมีวัดอยู่ทุกที่อีกทั้ง

โดยประชาชนชาวภูฏานนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน(ตันตรยาน หรือบ้างก็เรียกว่าวัชรยาน) 75% ศาสนาฮินดู 24% ศาสนาอิสลาม 0.7% และศาสนาคริสต์ 0.3%

 

ประวัติประเทศภูฏาน

ประวัติประเทศภูฏาน
ประวัติประเทศภูฏาน

ประเทศภูฏานถูกเชื่อว่าอาศัยอยู่ตั้งแต่ก่อนคริสต์ศักราชกว่า 2000 ปีมาแล้ว เนื่องจากการค้นพบเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำจากหินในยุคสมัยนั้นในบริเวณนั้น เริ่มแรกนั้นเป็นประเทศที่รู้จักกันในหลายชื่ออันประกอบไปด้วย โหลวจง (Lho Jong) ‘หุบเขาแดนใต้’, โหลวมอนคาชิ (Lho Mon kha Shi) ‘ประเทศโดดเดี่ยวแดนใต้ที่เข้าถึงได้ทั้ง 4 ทาง’, โหลวจงเม็นจง (Lho Jong Men Jong) ‘หุบเขาสมุนไพรแดนใต้’ และโหลวมอนเซ็นเด็นจง (Lho Mon Tsenden Jong) หุบเขาโดดเดี่ยวแดนใต้ที่ซึ่งไม้จันทน์งอกงาม มอน  เป็นคำที่ชาวทิเบตใช้อ้างถึงคนผิวเหลือง ที่ไม่ได้นับถือพุทธศาสนา อาศัยอยู่ทางทิศใต้ของเทือกเขาหิมาลัย

ในศตวรรษที่ 17 ประเทศนี้ได้กลายมาเป็นที่รู้จักในชื่อ ดรุก ยุล (Druk Yul) หรือแผ่นดินของดรุกพาส (Drukpas) ชื่อที่หมายถึง ดรุกพา (Drukpa) นิกายหนึ่งของศาสนาพุทธ ซึ่งได้รับความศรัทธาอย่างโดดเด่นในบริเวณนั้นตั้งแต่ช่วงระยะเวลานั้น

ซับดรุง นาวาง นัมเกล
ซับดรุง นาวาง นัมเกล

ซับดรุง นาวาง นัมเกล

ในช่วงแรกลัทธิโบนเป็นที่รู้จักในประเทศภูฏานอย่างเด่นชัด ศาสนาพุทธเริ่มเป็นที่รู้จักในประเทศภูฏานในศตวรรษที่ 7 โดยพระเจ้าซรอนซันกัมโปกษัตริย์ทิเบตเป็นผู้นำเข้ามาและผู้สนับสนุนที่เข้มแข็ง กูรูริมโปเชผู้นำสงฆ์ที่รู้จักอย่างกว้างขวางในนามของพระพุทธเจ้าองค์ที่ 2

ชาวพื้นเมืองในพื้นที่นี้ได้ถูกรวบรวมให้เป็นปึกแผ่นครั้งแรกในศตวรรษที่ 17 โดย ซับดรุง นาวาง นัมเกล เขาได้รวบรวมกำลังพลปราบ 3 ผู้รุกรานชาวทิเบต สถาปนาระบบกฎหมายและระบบการปกครองขึ้น แต่ภายหลังจากที่ท่านเสียชีวิต ระบบเหล่านั้นได้ถูกก็ถูกกัดกร่อนด้วยภาวะสงครามและสงครามการเมืองระหว่างผู้ปกครองชาวพื้นเมือง จนกระทั่ง อูเก็น วังชุก ผู้ปกครองหัวเมืองสามารถเข้าควบคุมได้สำเร็จ และด้วยการสนับสนุนของประชาชน เขาได้สถาปนาตัวเองเป็นกษัตริย์ประเทศภูฏานคนแรก ในปีค.ศ. 1907 พระเจ้าแผ่นดินอูเก็นวังชุกได้กลายเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีคนแรก (Druk Gyalpo) กษัตริย์แห่งมังกรและราชวงศ์วังชุกก็ปกครองประเทศภูฏานมาจนถึงปัจจุบัน

ประวัติประเทศภูฏาน ประวัติประเทศภูฏาน ประวัติประเทศภูฏาน ประวัติประเทศภูฏาน ประวัติประเทศภูฏาน ประวัติประเทศภูฏาน

กษัตริย์ของประเทศภูฏานตั้งแต่รัชการที่ 1 ถึง 5 (เลียงลำดับจากซ้าย ร.1, ร.3, ร.5, ร.4, ร.2)

ในปีค.ศ. 2008 ประเทศภูฏานได้ออกพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญและเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย เพื่อที่จะคุ้มครองสิทธิของพลเมืองได้ดีขึ้น หลังจากนั้นในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันสมเด็จพระราชาธิบดีที่ 5 จิ๊กมีเคเซอร์นัมเกลวังชุกได้ขึ้นครองราชสมบัติจนถึงปัจจุบัน

ภาษาประจำชาติภูฏาน

ภาษาประจำชาติภูฏาน
ภาษาประจำชาติภูฏาน

ที่ประเทศภูฏานประชาชนส่วนใหญ่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เพราะว่าทางรัฐบาลได้กำหนดให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สำคัญและได้กำหนดให้เนื้อหาที่เรียนส่วนหนึ่งต้องเป็นภาษาอังกฤษ สำหรับคนไทยเดินทางไปภูฏานมั่นใจได้เลยว่า ถ้าคุณพูดภาษาอังกฤษได้ คุณเดินทางได้แน่นอน ไม่อย่างนั้นก็ควระเดินทางกับทัวร์ที่มาพร้อมกับหัวหน้าทัวร์

ภูฏานเป็นประเทศที่ร่ำรวยภาษา ที่มีภาษาพูดท้องถิ่นมากกว่า 19 ภาษา ความหลากหลายทางภาษานี้น่าจะเกิดจากลักษณะทางภูมิประเทศที่มีภูเขาและเหวลึกพาดผ่านมากมาย ด้วยภูมิประเทศอันเป็นลักษณ์นี้เอง ทำให้ชนพื้นเมืองในประเทศต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุของการอยู่รอดของประชาชนอีกด้วย ภาษาประจำชาติของภูฏานคือ ซองคา (Dzongkha) ภาษาพื้นเมืองของงาลอบ (Ngalops) ที่อาศัยอยู่ทางใต้ของประเทศภูฏาน

ซองคา มีความหมายที่แท้จริงว่า ภาษาที่พูดใน ซอง (Dzongs) ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการและอารามของพระภิกษุ

นอกจากนี้ยังมีอีก 2 ภาษาสำคัญคือ ชางละคา (Tshanglakha) และโลธแชมคา (Lhotshamkha) ชางละคา เป็นภาษาพื้นเมืองของ แชงกลาส  (Tshanglas) อาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกของภูฏาน ในขณะที่ โลทแชมคา (Lhotshamkha) ถูกใช้พูดกันโดยชาวภูฏานที่มีต้นตระกูลเป็นชาวเนปาล

ภาษาถิ่นอื่นๆ ที่ใช้พูดกัน เช่น เค็งคา (Khengkha) และ บุมทัพคา (Bumtapkha) โดยชาว เค็งพาส (Khengpas) และชาวบุมเเทพ (Bumthap) อาศัยอยู่ทางภาคกลางของภูฏาน ภาษาถิ่นมังเด็พคาห์ (Mangdepkah) ที่ซึ่งถูกใช้พูดกันโดยผู้ที่อาศัยอยู่ใน ทรองซา (Trongsa) และโช ชา งา ชัง คา (Cho Cha Nga Chang Kha) ภาษาที่ซึ่งใช้โดย เคอโทพ (Kurtoeps) เชอปาส  (Sherpas) เล็พชาส (Lepchas) และทะมัง (Tamangs) ในภาคใต้ของภูฏานก็มีภาษาถิ่นเป็นของตนเองด้วยเช่นกัน น่าเสียดายที่ มงคา (Monkha) และ กงโดพคา (Gongduepkha) ใกล้จะไม่มีผู้ใช้พูดเหลืออยู่อีกแล้ว

 ชุดของชาวภูฏาน

ชุดผู้ชายภูฏาน
ชุดผู้ชายภูฏาน

ชุดผู้ชายภูฏานเรียกว่า โกะ (Gho)

หนึ่งในสิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษของชาวภูฏานคือชุดประจำชาติของพวกเขา เครื่องแต่งกายนี้ได้ถูกพัฒนามายาวนานนับพันปี ผู้ชาย จะสวมใส่ โกะ (Gho) เสื้อคลุมยาวระดับเข่า ผูกด้วยผ้าคาดเอวคล้ายกิโมโนที่เรียกว่า คีร่า (Kera)  กระเป๋าที่อยู่ทางด้านหน้านั้น ในสมัยโบราณมักใช้ใส่ชามอาหารและกริชเล็กๆ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้กระเป๋ามักจะใช้ใส่ของเล็กๆ น้อยๆ ตามความเคยชิน เช่น กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ และโดมา (หมาก)

ชุดผู้หญิงภูฏาน
ชุดผู้หญิงภูฏาน

ชุดผู้หญิงภูฏานเรียกว่า คิร่า (Kira)

ผู้หญิง จะสวมใส่คิร่า (Kira) เสื้อคลุมยาวถึงข้อเท้าควบคู่ไปกับเสื้อคลุมบางๆ ด้านนอก ที่รู้จักกันในชื่อ เทโก (Tego) และเสื้อด้านในที่รู้จักกันในชื่อ วอนจู (Wonju)

ชนเผ่าและกลุ่มพเนจรเหมือนเช่นชาว บรามิส (Bramis) และชาวโบรกพาส (Brokpas) ทางภาคตะวันออกของประเทศภูฏานนั้นจะสวมใส่เสื้อผ้าในรูปแบบที่แตกต่างจากประชากรชาวภูฏาน ชาวโบรกพาส (Brokpas) และชาว บรามิส (Bramis) ทั้งสองสวมใส่เสื้อผ้าที่ทอจากขนของวัวป่า (Yak) หรือขนแกะ

ชาวภูฏานจะต้องใช้ผ้าพาดบ่าเมื่อต้องไปซอง (Dzongs) และศูนย์กลางการบริหารการจัดการต่างๆ มีหลากหลายสี ซึ่งแต่ละสีจะแสดงถึงสถานภาพทางสังคมของคนคนนั้น ผ้าพาดบ่าที่ผู้ชายใช้นั้นจะถูกเรียกว่า แกบเน่ (Kabney) และที่ผู้หญิงใช้จะถูกเรียกว่า ราชู (Rachus)

ราชูจะพันอยู่รอบไหล่ของผู้หญิง แตกต่างจากผ้าพาดบ่าที่ผู้ชายใช้ และไม่มีการแบ่งสถานภาพทางสังคมตามสีของมัน ราชูมักจะทอด้วยไหมดิบและเย็บด้วยลวดลายที่สวยงาม

ชุดกษัตริย์ภูฏาน
ชุดกษัตริย์ภูฏาน

รูปพระราชินีและกษัตริย์ภูฏาน(ผ้าพาดบ่าสีเหลืองจะใช้ได้แค่กษัตริย์และพระสังฆราชเท่านั้น)

ทางด้านล่างจะเป็นการแบ่งแยกความแตกต่างของสีของผ้าพาดบ่าหรือแกบเน่กับสถานะทางสังคม

ตำแหน่ง

ผ้าพาดบ่า

กษัตริย์สีเหลือง
เจเคนโป (พระสังฆราช)สีเหลือง
รัฐมนตรีสีส้ม
ผู้พิพากษาสีเขียว
ผู้บริหารส่วนท้องถิ่นสีแดงขลิบขาว
บุคคลธรรมดาสีขาว

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเทศภูฏาน:

หากท่านสนใจ ทัวร์ภูฏาน แพคเกจภูฏาน แบ็คแพ็คภูฏาน จัดกรุ๊ปภูฏาน  เดินทางส่วนตัวไปภูฏาน privateทัวร์ไปภุฏาน พักโรงแรม3-5ดาว ตั๋วเครื่องบินไปภูฏาน กรุ๊ปเหมาภูฏาน  เช็คราคาและเสนอราคาโรงแรมให้ได้เลย ราคาเป็นกันเองไม่แพง ไม่ต้องเสี่ยงโอนเงินเอง หรือ ปรึกษาเรื่อง เดินทางไปภูฏาน สามารถโทรหาเราได้ที่ 02-0860080 -1 เราการันตีเรื่องวีซ่าภูฏาน พร้อมเอกสารที่ท่านจะได้รับก่อนเดินทางไปภูฏาน 

ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 9:00 – 18:00

ติดต่อเราผ่าน LINE: @gebpow

การท่องเที่ยวภูฏาน : https://www.tourism.gov.bt